ไขมัน = “พิษ” ต่อเซลล์ตับ
ตับไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นที่เก็บไขมัน เมื่อไขมันสะสมมากเกินไปมันจะกลายเป็นพิษต่อเซลล์ตับ
เมื่อเรามีน้ำหนักเกิน เซลล์ไขมัน ในร่างกายจะขยายตัวจนถึงขีด จำกัด ทำให้ไม่สามารถเก็บ
ไขมัน เพิ่มได้อีก
ไขมันส่วนเกินที่ไม่มีที่ไป จึง “ล้นทะลัก” เข้าสู่กระแสเลือด และไหลไปกองรวมกันที่ตับ
ในคนทั่วไป ภาวะไขมันพอกตับอาจพบได้น้อย แต่ในคนที่มีภาวะอ้วน อัตราการเกิดโรคนี้พุ่งสูงถึง 34%
หากคุณอ้วนลงพุง และเป็น
เบาหวานร่วมด้วย โอกาสที่เกิด ภาวะไขมันพอกตับอักเสบขึ้นสูง เกิน 90%
ตับไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นที่เก็บไขมัน เมื่อไขมันสะสมมากเกินไปมันจะกลายเป็นพิษต่อเซลล์ตับ
ภาวะนี้กระตุ้นให้ร่างกายต่อต้าน ทำให้ตับเกิดการอักเสบและเซลล์ตับเริ่มตาย ซึ่งเราเรียกภาวะไขมันพอกตับอักเสบ (MASH)
เมื่อตับพยายามซ่อมแซมตัวเองจากการอักเสบซ้ำๆ จะเกิด “รอยแผลเป็น” หรือพังผืดขึ้นมาแทนที่เนื้อตับที่ดี
ดังนั้น โรคอ้วนจึงเป็นตัวการสำคัญที่เปลี่ยนตับที่แข็งแรงให้กลายเป็นตับแข็งได้ในอนาคต
(Metabolic dysfunction-associated steatotic hepatitis)
ไม่ใช่แค่ "ไขมันพอกตับ" ธรรมดา แต่เป็นภาวะที่ตับอักเสบและเกิดพังผืด ซึ่งอาจนำไปสู่โรคตับแข็งและมะเร็งตับได้โดยที่แทบไม่มีอาการเตือน
ตับทำงานได้เต็มที่
ตับที่แข็งแรงจะมีไขมันอยู่เพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและ
ยังทำหน้าที่สำคัญหลายอย่างในร่างกาย เช่น กำจัดสารพิษ
ผลิตน้ำดี
ไขมันเริ่มสะสมในตับ
เมื่อปริมาณไขมันในตับ
มากกว่า 5% จะถือว่าเข้าสู่
ภาวะไขมันพอกตับ
ตับอักเสบและเริ่มมีพังผืด
เมื่อไขมันสะสมในตับมากเกินไป
จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ
ซึ่งอาจทำให้เซลล์ตับบางส่วน
ถูกทำลายได้แต่ยังมีโอกาสฟื้นฟู
หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลาม
ตับอักเสบ มีพังผืดปานกลาง-รุนแรง
เมื่อไขมันสะสมในตับมากเกินไป
จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ
ซึ่งอาจทำให้เซลล์ตับบางส่วน
ถูกทำลายได้ แต่ยังมีโอกาสฟื้นฟู
หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลาม
อวัยวะทำงานลดลง โดยรวมถึงการฟอกเลือด การเก็บสะสมพลังงาน และการกำจัดเชื้อโรค และความสามารถในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อลดลง
อีกทั้งการไหลเวียนของเลือดภายในอวัยวะลดลงอย่างชัดเจน
แม้ภาวะพังผืดจะไม่สามารถหายขาดได้ในทันที แต่สามารถชะลอและย้อนกลับบางส่วนได้ หากจัดการต้นเหตุ
อย่างเหมาะสม เช่น ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ควบคุมระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด งดแอลกอฮอล์ ปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ตับเสียหายถาวร
ภาวะตับแข็งเกิดขึ้นเมื่อพังผืด
ในตับหนาแน่น และรุนแรงจนรบกวนการทำงานของตับส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถขจัด
ของเสียหรือผลิตสารสำคัญได้ตามปกติ
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคตับอักเสบ...
MASH เป็นการเปลี่ยนชื่อใหม่จาก "NASH" เพื่อเน้นความเชื่อมโยงกับระบบ
เผาผลาญเป็นภาวะที่ตับมีไขมันสะสมพร้อมกับการอักเสบ ซึ่งอันตรายกว่าไขมันพอกตับธรรมดา
โรคไขมันพอกตับ มักไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน
โดยเฉพาะในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการเลย อาการอ่อนเพลีย
เป็นอาการที่พบบ่อย หากมีการอักเสบเกิดขึ้นอาจมีอาการดังต่อไปนี้
ทำไมโรคตับอักเสบจึงน่ากลัว
MASH สามารถพัฒนากลายเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้
และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและเบาหวาน
เพราะไขมันพอกตับไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจสุขภาพประจำปี
จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้เราตรวจเจอก่อนที่จะสายเกินไป
TH26SN00012